ประวัติบาสเก็ตบอล

ประวัติบาสเก็ตบอล ถือว่าเป็นเกมกีฬที่นิยมกันทั่วโลก บาสเก็ตบอล จะเล่นได้ทั้งชายและหญิง และมีกติกาการเล่นของหลักสากล ใช้ผู้เล่นแบ่งเออกป็น 2 ทีม โดยในแต่ละทีมนั้นจะมีผู่เล่น 5 คน จะใช้ลูกบาสเก็ตบอล 1 ลูกในการเล่น พยายามทำคะแนนโดยการโยนลูกเข้าห่วงหรือตะกร้า ที่มีกติกาการเล่นอย่างมาตรฐาน ตั้งแต่สมัยที่คิดค้นขึ้น ในปี พ.ศ. 2434 บาสเกตบอล ได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นกีฬาสากลโลก ถึงแม้ว่าในระยะแรกยังเป็นกีฬาที่เล่นเฉพาะในสหรัฐอเมริกา กีฬาชนิดนี้แพร่ขยายไปสู่ระดับสากลด้วยความรวดเร็ว สนามที่ใช้เล่นมีขนาดค่อนข้างเล็ก คะแนนจะได้จากการโยนลูกเข้าห่วงจากด้านบน หริอชูดไห้ลงห่วงนั้นเอง ทีมที่มีคะแนนมากกว่าในตอนจบเกมจะเป็นฝ่ายชนะ บาสเกตบอลมีการพัฒนาเทคนิคการเล่นต่าง ๆ เช่น การชูต การส่ง และการเลี้ยงลูก รวมไปถึงตำแหน่งผู้เล่น (ซึ่งตามกฎแล้วไม่จำเป็นต้องมี) และตำแหน่งการยืนในเกมรุกและเกมรับ ผู้เล่นที่ตัวสูงถือเป็นข้อได้เปรียบ ถึงแม้ว่าในการเล่นแข่งขันจะควบคุมโดยกฎกติกา การเล่นรูปแบบอื่น ๆ สำหรับเล่นผ่อนคลายก็มีการคิดขึ้น บาสเกตบอลก็ยังเป็นกีฬาที่คนนิยมดูอีกด้วย

กฎกติกา

กฎเกี่ยวกับขนาดและเวลาที่ใช้แข่ง อาจแตกต่างกันขึ้นกับทัวร์นาเมนต์หรือองค์กรที่จัดการแข่งขัน รายละเอียดในส่วนนี้จะใช้ของสากลและเอ็นบีเอเป็นหลักจุดมุ่งหมายของเกมคือ การทำคะแนนให้ได้มากกว่าคู่แข่งโดยการโยนลูกเข้าห่วงของคู่ต่อสู้จากด้านบน ในขณะที่ป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้โยนลูกลงห่วงของฝ่ายตน การโยนลูกในลักษณะนี้เรียกว่าการชูต (หรือช็อต shot) การชูตที่เข้าห่วงจะได้สองคะแนน แต่ถ้าผู้ชูตอยู่เลยเส้นสามคะแนนออกไปในขณะชูตลูกก็จะได้สามคะแนน เส้นสามคะแนนจะอยู่ห่างจากห่วงเป็นระยะ 6.75 เมตร (22 ฟุต 1 3/4 นิ้ว) ในกติกาสากล และ 23 ฟุต 9 นิ้ว (7.24 เมตร) ในกติกาเอ็นบีเอ การชูตลูกโทษหรือที่เรียกว่า ฟรีโทรว์ เมื่อฟาวล์มีค่าหนึ่งคะแนน

การเล่น เป็นธีม

ในการเล่นบาสเกตบอล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบุก หรือฝ่ายป้องกัน ผู้เล่นแต่ละคน จะต้องมีความสามารถในการเล่น ได้ทุกตำแหน่ง ทุกหน้าที่ จึงจะเป็นทีมที่เรียกว่ามีความสมดุลมากขึ้น ในการเล่นบาสเกตบอลเป็นทีม ประกอบด้วยผู้เล่นฝ่ายละ 5 คน แต่ละฝ่ายจะมีผู้เล่นตามบทบาทของแต่ละทีม และหน้าที่รับผิดชอบ ทั้งคุณลักษณะเฉพาะของแต่ละบทบาท ดังนี้
          1. ผู้เล่นหน้าซ้าย หรือเรียกว่าปีกซ้าย (Left Forward) เป็นผู้เล่นที่มีหน้าที่สำคัญที่สุด คือการรุกควรมีคุณสมบัติเป็นผู้เล่นที่มี ความเร็วสูง มีความคล่องตัวดี มีทักษะต่างๆในการเล่นดี สามารถยิงประตูแบบต่างๆได้ดีแม่นยำ ส่วนใหญ่ถนัดการเล่นด้านซ้าย มากกว่าขวา
          2. ผู้เล่นหน้าขวา หรือเรียกว่าปีกขวา (Right Forward) มีหน้าที่และคุณสมบัติเหมือนหน้าซ้าย แต่ส่วนใหญ่ถนัดการเล่นด้าน ขวามากกว่าซ้าย
          3. ผู้เล่นหลังซ้าย หรือเรียกว่าการ์ดซ้าย (Left Guard) เป็นผู้เล่นที่มีหน้าที่สำคัญที่สุด คือการป้องกันและเปิดเกมรุก ควรมี คุณสมบัติในการนำลูกขึ้นแดนหน้า เพื่อเปิดเกมรุกอย่างรวดเร็ว ทั้งรับและส่งลูก สามารถเลี้ยงลูกได้ดี ยิงประตูระยะไกลได้ แม่นยำ กระโดดแย่งบอลได้ดี ควรมีรูปร่างสูงใหญ่กว่าผู้เล่นหน้ามีความถนัดการเล่นด้านซ้ายมากกว่าขวา
          4. ผู้เล่นหลังขวา หรือเรียกว่าการ์ดขวา (Right Guard) มีหน้าที่และคุณสมบัติเหมือนการ์ดซ้าย แต่ส่วนใหญ่ถนัดการเล่น ด้านขวามากกว่าซ้าย
          5. ผู้เล่นกลาง หรือเรียกว่าเซ็นเตอร์ (Center) เป็นผู้เล่นที่มีการเล่นลูกบอลบริเวณพื้นที่ใต้ห่วงประตูมากที่สุด ทั้งการรุกและ ป้องกัน ควรมีลักษณะสูงใหญ่ มีการหมุนตัวและสามารถยิงประตูในพื้นที่ใต้ห่วงประตูได้แม่นยำ สามารถกระโดดแย่งบอลได้ดี
วิธีการป้องกัน

การชูต

การชูตเพื่อทำคะแนนนั้น วิธีการจะแตกต่างกันไปขึ้นกับผู้เล่นและสถานการณ์ ที่จะอธิบายต่อไปนี้เป็นเทคนิกพื้นฐานที่ใช้มากที่สุดในการเล่นผู้เล่นเอาลูกไปพักบนปลายนิ้วมือข้างที่ถนัด ให้อยู่สูงกว่าศีรษะเล็กน้อย ส่วนมืออีกข้างประคองด้านข้างลูก จากนั้นก็ยืดแขนข้างที่พักลูกให้เหยียดตรงให้ลูกลอยออกจากปลายนิ้วในขณะที่บิดข้อมือลง ปกติมืออีกข้างประคองลูกเพื่อควบคุมทิศการชูตเท่านั้น ไม่มีส่วนในการให้แรงส่งผู้เล่นมักชูตลูกให้ลูกหมุนแบบแบ็กสปิน (backspin) กล่าวคือหมุนย้อนไปข้างหลังขณะที่ลูกเคลื่อนที่ไปยังห่วง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ลูกกระดอนออกจากห่วงหลังจากการกระทบ ผู้เล่นส่วนมากชูตไปยังห่วงตรง ๆ แต่มันค่อนข้างยาก แต่ในบางครั้งผู้ชูตอาจชูตให้กระดอนกับแป้นแทนวิธีการชูตที่ใช้บ่อยสุด ได้แก่เซ็ตช็อต (set shot) และจัมป์ช็อต (jump shot) เซ็ตช็อตคือการชูตขณะที่ทั้งสองเท้ายังอยู่ติดพื้น ใช้ในการชูตฟรีโทรว์ ส่วนจัมป์ช็อต คือการชูตขณะที่กำลังกระโดดโดยปล่อยลูกขณะที่ตัวอยู่ตำแหน่งลอยตัวสูงสุด การชูตวิธีนี้ให้กำลังมากกว่าและชูตได้ไกล อีกทั้งสามารถกระโดดลอยตัวเหนือผู้เล่นที่ยืนตั้งรับได้ด้วยผู้เล่นที่ชูตเก่งนอกจากจะมีสัมผัส การทรงตัว ความกล้า และการฝึกฝนที่ดีแล้ว ยังต้องรู้จักเลือกโอกาสการชูตอีกด้วย ผู้เล่นระดับแนวหน้ามักชูตไม่พลาดเมื่อไม่มีผู้เล่นอื่นมาประกบ

ประวัติบาสเก็ตบอล
ประวัติบาสเก็ตบอล
ประวัติบาสเก็ตบอล

สำหรับกีฬาบาส นี้ก็เป็นได้ทั้งกีฬาและยังสามารถเดิมพันได้ด้วยเช่นกัน กีฬาบาสเก็ตบอลมีความมันที่แตกต่างกันไป โดยบาสก็เป็นกีฬาที่ไห้ความมันและความเร้าใจได้ เมื่อนักกีฬาทั้ง 2ฝ่าย ลงสนามแต่ละคนที่จะมาวาดลวดลายการเล่น ที่แตกต่างและความได้เปรียบกันไป ตัวสูงร่างใหญ่ ก็ได้เปรียบ ตัวเล็กเล่นมีเอกลักษณ์ วาดลวดลายต่างๆ นาๆและความพริ้วของผู้เล่นโดย มีความสามารถของนักบาสนั้นๆ เล่นแต่ละรูปแบบ และเล่นอย่างมีสตาย และฝีมิอ

ประวัติบาสเก็ตบอล การเริ่มเดิมพันบาส

การเริ่มเดิมพันบาส ก่อนอื่นต้องมียูสเซอร์ และทำการฝากเงินทุนก่อนจะแทงผ่านเว็บไซค์นั้น เรามารู้จักกติกากับการแทงก่อนนะครับ 1.ราคาต่องรอง & สูงต่ำ 2.แทงโดยฝ่ายใดฝ่ายนึงเป็นผู้ชนะ3.มิกซ์พาเลย์ หรือแทงแบบเสต็ป 4.เล่นแบบจบครึ่งแรกโดยทายว่าฝ่ายใดจะชนะ 5.สูงต่ำ โดยแทงว่าคู่นี้ได้แต้มรวมทั้ง2 ฝ่ายว่าผลสกอจะออกสูงหรือต่ำ 6.คู่หรือคี่ โดยไห้ทายแต้มรวมทั้งสองฝ่าย จบครึ่งแรก หรือเต็มเวลา จะออกผลเลขคู่หรือเลขคี่ บาสมีไห้แทงทั้งบาสเชาย และ บาสหญิงมีมาก กว่า300 คู่หรือ600ทีม ที่แข่งต่อวัน มีไห้เลือกเล่นตั้งแต่เวลา 08.00น. ถึง 00.00น. และยังมีกีฬาอื่นๆ ไห้เดิมพันเช่นกัน

กติกาการเล่นบาสเกตบอล ที่นักกีฬาทุกคนควรรู้

1.กติกาห้ามผู้เล่นถือลูกบอลแล้ววิ่งโดยไม่เลี้ยงลูกบอลไปกับพื้นเด็ดขาด โดยการก้าวขาจะก้าวได้ไม่เกิน 3 ก้าวหากไม่มีการเลี้ยงลูกบอล

2. ต้องใช้มือในการเล่นเท่านั้นจะเลือกส่งไปทิศทางใดก็ตามแต่ห้ามใช้ส่วนขา เท้า หน้าแข้ง สัมผัสกับบอลเด็ดขาด จะส่งแบบมือเดียวหรือสองมือก็ได้หมด

3. ห้ามใช้ไหล่กระแทก ดึง ผลัก ตี  ล้มเป็นอันขาดหรือทำสิ่งใดกับผู้ต่อสู้เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามเสียการครอบครองบอลหรือ หากยังทำจะถือเป็นการฟาวล์ และเมื่อฟาวล์ครบ 5 ครั้ง นักกีฬาคนนั้นจะไม่สามารถทำการแข่งขันต่อได้ เนื่องจากฟาวล์ครบ 5 ครั้งแล้ว

4. การได้แต้มจะต้องเป็นชู๊ตบอลหรือ Lay-up ผ่านห่วงบนแป้นเท่านั้น ฝ่ายที่ป้องกันจะไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวเมื่อลูกสัมผัสกับแป้นได้เด็ดขาด โดยแต้มจะแบ่งเป็น 2 กับ 3 แต้ม จากสนามที่ระบุเอาไว้

5. หากมีฝ่ายหนึ่งทำลูกออกนอกสนามอีกฝ่ายต้องเอาลูกส่งเข้าสนามภายใน 5 วินาที ถ้าเกินจะเปลี่ยนฝ่ายส่ง แต่ถ้ามีการพยายามถ่วงเวลาจะถือว่าฟาวล์

6. สิทธิ์การตัดสินทั้งหมดอยู่ที่ผู้ตัดสิน เช่น ใครฟาวล์ ได้แต้มหรือไม่ ไล่ผู้เล่นออกนอกสนาม ใครเป็นฝ่ายส่งลูกเข้าสนาม ฯลฯ

7. การแข่งขันจะถูกแบ่งออกเป็น 4 Quarter โดย 1 Quarter จะใช้เวลาแข่งขัน 10 นาที โดยฝ่ายรุกจะมีเวลาในการทำเกมรุก 24 วินาที หากครบแล้วยังไม่สามารถชู้ตให้ลูกสัมผัสแป้นได้จะถือว่าเปลี่ยนฝ่ายเล่นเกมรุกทันที

8. หากจบการแข่งขันฝ่ายไหนทำคะแนนได้สูงกว่าฝ่ายนั้นย่อมเป็นผู้ชนะ

9. การชู้ตจุดโทษจะสามารถชู้ตได้คราวละ 2 ลูก นับเป็นลูกละ 1 คะแนน โดยการชู้ตลูกที่ 2 ผู้เล่นสามารถเข้ามาเบียดกันได้ถ้าหากลูกไม่ลงแป้นฝ่ายไหนเก็บลูกได้ก็ทำเกมรุกต่อได้เลย

10. มีการฟาวล์แบบจังหวะปล่อยบอลทันที ในกรณีที่ ผู้เล่นไปตีโดนมือของคนที่กำลังจะชู๊ต และลูกได้ปล่อยออกไปแล้ว และลูกลง กรรมการจะถือว่าเป็นการฟาวล์ต่อเนื่อง ลูกที่ลงจะนับคะแนนตามจุดที่ยิง และผู้ที่ได้ฟาวล์จะได้ยิงลูกโทษเพิ่ม 1 ลูก

เป็นยังไงกันบ้างละครับกับทั้งหมดที่พูดมา โดยก่อนท่านจะลงทุน สามารถวิเคราะห์ ตัวผู้เล่นและทีมที่เคยเจอก่อนจะลงทุนและทำกำไร ไปกับมันได้นะฮะ >.<

ศึกษาเกมส์ใหม่ๆ คลิ๊ก GAME ROMAX

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *